ก่อนแล้ว หลังจากนั้นในช่วงท้ายก็จะให้คำใบ้กับเรามาอีกที ก่อนที่สุดท้ายจะเฉลยความจริงออกมาทั้งหมด นอกจากการตามล่าฆาตกรในเรื่องนี้แล้ว หนังเองยังใส่เรื่องราวการถูกทอดทิ้งให้อยู่กันเพียงลำพังของเหล่าผู้แก่อีกด้วย ไม่ว่าจะการตายของคนสูงวัยที่เปลี่ยนเป็นว่าสืบสวนกันอย่างง่ายๆ ไม่ใส่ใจเท่าที่ควรแล้วระบุไปว่าเป็นอุบัติเหตุ การฆ่าตัวตาย หรือตายเองโดยธรรมชาติ ประโยคที่เน้นย้ำหลักสำคัญนี้เลยก็คือที่ ลุงด็อกซูบอกกับลุงชเว ว่าให้หมั่นแวะไปคุยกับเขาที่ห้องหน่อย หากว่าเขาเกิดตายไปก็ไม่อยากตายอย่างโดดเดี่ยวไม่มีใครรู้จนสภาพศพมันไม่น่ามอง หรือตอนที่ ตาลุงด็อกซู ต่อว่าผู้เช่าหอพักของตนว่า…คนอย่างพวกคุณกระทั่งพ่อแม่ก็ไม่เคยที่จะโทรไปหาหรอก
ในทีแรกเราเองอาจจะรู้สึกขบขันหรือว่าลำไยความขี้วีนของ ลุงด็อกซู นะ แต่เมื่อเราเริ่มได้เห็นความรู้สึกลึกๆในใจอีกด้านนึงผ่านชะตากรรมของเด็กสาวอย่าง จิอึน (Hye-In Kim) เราก็ต้องหันมามอง ลุงด็อกซู ด้วยความคิดใหม่ ซึ่งจะว่าไปก็เหมือนกับคนแก่ทั่วไปหลายท่านที่ชอบดุด่าลูกหลานของตน แต่จริงๆแล้วในคำต่อว่าเหล่านั้นมันก็เต็มไปด้วยความหวังดีและไม่เคยคิดร้าย เหมือนกับ ลุงด็อกซู ที่เสี่ยงชีวิตพยายามช่วยเหลือเด็กสาวที่เป็นเพียงคนเช่าห้องและกำลังจะย้ายออกแล้วแท้ๆ นั่นก็เพราะว่าเขาเห็นคุณเป็นเด็กดีที่ไม่ทอดทิ้งแม่ของตนแม้ทั้งคู่จะไม่ได้อยู่ด้วยกันก็ตาม
สรุปแล้ว The Chase (2017) ล่าฆาตกรวิปริต เป็นหนังสืบสวนที่ดูสนุก ตอบโจทย์ความเพลิดเพลินได้ดีนะหนังไม่ตึงเครียดเกินไป ไม่ซับซ้อนจนถึงขนาดที่ว่าพลาดไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว แล้วยังแทรกสาระเกี่ยวกับผู้สูงวัยที่คนอายุน้อยอย่างเราๆอาจจะมองผ่านกันไปบ้าง ก็นะ…ดูๆกันไว้บ้าง…วันนึงข้างหน้าก็ต้องแก่ด้วยกันทุกคนล่ะนะ

The Chase (2017) ล่าฆาตกรวิปริต ตอนที่2