Battle Royale ฉบับมนุษย์ออฟฟิศโดย James Gunn

สิ่งที่น่าสนใจของ “The Belko Experiment” คือการมี James Gunn (แห่ง Guardians of the Galaxy, Slither) มาเขียนบทและมี Greg McLean (แห่ง Wolf Creek, Rogue) มานั่งเก้าอี้ผู้กำกับ (ตอนแรก James Gunn คิดแผนจะกำกับเอง แต่เพราะมัววุ่นกับการถ่ายทำ Guardians of the Galaxy Vol. 2 อยู่ สุดท้ายพี่ McLean เลยเผ่านากำกับแทน) ตัวหนังมาพร้อมเรท R กับการมีฉากโหดๆทั้งหัวระเบิด ขวานจามหน้า ตลอดจนปาระเบิดไฟใส่กันนู่นเลย!

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มขึ้นในเช้าวันทำงานที่เหมือนปกติของบริษัท Belko ที่ตั้งอยู่ในเมืองโบโกต้า ประเทศโคลัมเบีย Mike ชายหนุ่มพนักงานธรรมดาๆ สังเกตว่าเช้าวันนี้มีบางสิ่งบางอย่างแปลกๆเกิดขึ้นภายในบริษัทกับเหล่ากลุ่มคนลึกลับที่ทำหน้าที่ตั้งด่านตรวจหน้าบริษัท และความคิดของเขาก็เป็นจริง เมื่อตึกทั้งตึกแห่งนี้ถูกปิดตาย พร้อมมีประกาศลึกลับดังก้องไปทั่วกับการให้พนักงานทั้งตึกจำนวน 80 คน ต้องร่วมเล่นเกม ‘ฆ่า’ เพื่อให้นร่วมงาน ตามจำนวนและระยะเวลาที่กำหนด มิเช่นนั้นระเบิดที่ฝังอยู่ในหัวพนักงานทุกคนจะค่อยๆถูกสุ่มให้ระเบิดออกมา

Mike และกลุ่มคนในตึกแห่งนี้ต้องต่อสู้กับความกดดัน เมื่อสติกับศีลธรรมในใจค่อยๆหดหายไปตามเวลาที่นับถอยหลัง วันแสนธรรมดาๆนี้ก็แปลงเป็นวันแห่งการนองเลือดที่ทุกคนต้องพร้อมจับอาวุธมาไล่ฆ่ากันอย่างบ้าคลั่ง

หนังให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดู ‘Battle Royale’ แต่เปลี่ยนจากเด็กเด็กนักเรียนมาเป็นเหล่าพนักงานออฟฟิศที่ต้องมาไล่ฆ่ากันตามคำสั่งของผู้คุมเกมลึกลับ เราจะได้เห็นตัวละครที่หลากหลากแตกต่างกันทั้ง Mike เองที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ขอร้อง ยกเว้นฆ่าคน, Dany พนักงานใหม่ที่เพิ่งจะมาทำงานวันแรกก็เจอความโคตรซวยทันที, Barry หัวหน้าผู้กล้าคิด กล้าทำ มีสติ แต่ก็ตระหนักถึงสิ่งที่ควรทำเพื่อให้ความอยู่รอด หรือ Marty ชายหนุ่มมึนๆที่สติแตก เมื่อบริษัทถูกปิดตาย

ด้านดาราก็คุ้นหน้าคุ้นตากันหลายรายทั้ง John Gallagher Jr. (จาก10 Cloverfield Lane, The Newsroom), Sean Gunn (น้อง James Gunn), Michael Rooker (จาก Guardians of the Galaxy), David Dastmalchian (จาก The Dark Knight) และ Josh Brener (จาก Silicon Valley)

แม้จะมีเนื้อหาที่เน้นได้ทั้งความโหดและข้อความสำคัญจิตวิทยาพฤติผู้ตัดสินเอาตัวรอดของมนุษย์ แต่หนังก็ทำได้ในระดับกลางๆ การดำเนินเรื่องที่เป็นเส้นตรงไปเรื่อยๆทำให้หนังดูไม่ค่อยมีจุดที่พีคๆเท่าไหร่นัก แถมตอนท้ายที่เฉลยคำตอบทั้งหมดออกมา แม้จะได้อารมณ์สะใจ แต่มันก็ไม่สามารถเซอร์ไพรส์เราได้ (ถึงอย่างนั้นก็ต้องยอมรับว่าฉากต่อสู้ท่ามกลางสไลด์โชว์กลางห้องประชุมในตอนท้ายเป็นฉากที่ทำออกมาได้ไม่เลวเลย)

โดยสรุป “The Belko Experiment” เป็นหนังระทึกขวัญเลือดสาดที่ดูได้เพลินๆ เหมาะสำหรับคนที่ชอบหนังแนวคนธรรมดาต้องไล่ฆ่ากันในสถานที่ปิดตาย แม้จะไม่ได้ถึงขั้นโหดสะใจสุดๆ แต่มันก็ทำให้เราได้คิดว่ามนุษย์จะเผยธาตุแท้ออกมา ยามที่จนตรอกและความเห็นแก่ตัวเริ่มมีอำนาจเหนือสติ แต่คนที่น่ากลัวและจิตใจอาจไม่ปกติที่สุด อาจไม่ใช่คนที่ไล่ฆ่ากัน แต่เป็นคนที่กุมเรื่องทั้งหมดในมือและสนุกกับการสร้างสภาวะบีบให้คนดีๆมาไล่ฆ่ากันมากกว่า

The Belko Experiment – “ปิดตึกฆ่า ข้าต้องรอด” (2016)