Jack และ Ennis คาวบอยชายหนุ่มทั้งสองได้มาทำงานร่วมกัน โดยรับหน้าที่ต้อนแกะ เฝ้าฝูงแกะให้กับเจ้าของไร่บน Brokeback mountain ช่วงเวลาที่อยู่บนนั้นทำให้ทั้งสองใกล้ชิดและตกหลุมรักกัน แต่บรรทัดฐานสังคม ฐานะ ภาระหน้าที่ในชีวิต ทำให้ทั้งคู่ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ ทว่า Jack และ Ennis ก็ยังคงนัดเจอะกันนานๆทีหนตลอด20 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าต่างข้างจะแต่งงานมีลูกมีครอบครัวไปรวมทั้งตาม

ตัวละคร

                นิสัยของตัวละครเป็นอะไรที่เข้าใจได้และสมจริงมาก ไม่มีตัวละครที่ดีเกินไป หรือเลวเกินไป ตัวละครล้วนเห็นแก่ตัว มีทั้งแง่มุมที่หนักแน่นและเปราะบาง หนังเรื่องนี้เล่นกับจิตใจคนดูได้ดี (อย่างน้อยก็สำหรับเรา) เพราะสุดท้ายเราเข้าใจทุกๆข้าง ไม่ได้เห็นอกเห็นใจแต่เพียงตัวเอก หนำซ้ำ มองจากหลายๆมุม ตัวเอกก็ทำผิดกับคนอื่นไว้มาก แต่เรากลับผูกพันและหวังลึกๆให้ทั้งสองได้รักกัน แม้ว่ามันจะเป็นทางเลือกที่เห็นแก่ตัวมากแค่ไหนก็ตาม

มีสปอยล์

                Jack เป็นคนโรแมนติกช่างคิด ช่างฝัน และคิดแผนให้ตัวเองและ Ennis ได้ใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขด้วยกัน แต่ Ennis ไม่ใช่ เขาอยู่กับความเป็นจริง ถูกปลูกฝังว่ารักเพศเดียวกันนั้นผิดและต้องเจอจุดจบที่เลวร้าย เขาถึงหลบซ่อนอย่างขี้ขลาด แต่มองอีกมุมหนึ่งเขาก็ทุ่มเทให้กับครอบครัวมากกว่า Jack ที่โชคดีได้แต่งงานกับหญิงสาวตระกูลร่ำรวย ไม่ใช่แค่ทรยศกับเมีย แต่ Jack ยังทรยศกับ Ennis ด้วย (ทั้งซื้อบริการ ทั้งชายชายหนุ่มที่เทกซัส ทั้งผู้หญิงอื่น ฯลฯ) Jack ไม่มีความอดทน และแทบไม่เห็นแง่มุมรักครอบครัวของ Jack ต่างจาก Ennis ที่ถึงแม้จะไม่ซื่อสัตย์กับเมีย แต่ทุกอย่างบีบบังคับให้เขาทำงานบากบั่น และหลายครั้งก็ต้องปฏิเสธกระทั่งการได้ใช้เวลากับ Jack เพื่อให้หาเลี้ยงตนเองและครอบครัว

               ด้วยปมนิสัยของตัวละครที่สมจริง มีหลายมิติ จนบางครั้งต้องการจะสบถว่าไม่เข้าใจ บางครั้งสงสาร บางครั้งรู้สึกสมน้ำหน้า หลายๆอย่างปนกัน เราชอบที่ตัวละครเรื่องนี้โคตรจะเป็นสีเทา ให้ภาพผู้ชายสองคนรักกันจริงๆ ผู้ชายแมนๆ เล่นกันแรงๆ สมุทราะทีต่อยกัน ดูเป็นอะไรที่จับต้องได้ เหมือนหยิบเรื่องจริงมาเล่า และถ้า Jack กับ Ennis ไม่ได้นิสัยอย่างงี้ เรื่องราวก็คงไม่ได้ดำเนินไปอย่างนี้ การวางคาแรกเตอร์ต่างๆจึงซัพพอร์ตแก่นเรื่องได้ดี  ยิ่งพัฒนาการตัวละครช่วงหลังๆบีบหัวใจเราเหลือเกิน;_; ครั้งสุดท้ายที่พบกันเหมือนฟางเส้นสุดท้ายขาด ทั้ง Jack และ Ennis เก็บกดอะไรหลายๆอย่างมาตลอด20 ปี จนสุดท้ายก็ระเบิดตู้ม ทั้งที่หนังมีบทพูดไม่เยอะ แต่ก็ทำให้เราร้องไห้ จังหวะไต่อารมณ์ จังหวะไคลแมกซ์ ทุกอย่างพอดีและเป็นธรรมชาติ พอมารวมกับการแสดงที่บริบูรณ์แบบ ก็ทำให้น้ำตาซึมได้โดยไม่ต้องพึ่งคำพูดใดๆ

                พาร์ทที่เราเทใจให้เต็มร้อยคือดารา เราไม่คิดเลยว่าทั้ง Heath Ledger และ Jake Gyllenhaal จะเข้าถึงหน้าที่และถ่ายทอดความรู้สึกตัวละครออกมาได้ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ประทับใจตั้งแต่เคมีที่เข้ากันอย่างแปลก  พอฉากน่ารักเราก็เขินอมยิ้ม ทั้งๆที่เรื่องนี้ไม่ได้หวานไม่ได้กุ๊กกิ๊ก บทสนทนาก็ไม่ได้โรแมนติก แต่เรากลับคิดว่ามันจริงใจและสวยงามในแบบของมัน ฉากสมุทราะ ก็สะท้อนความเป็นผู้ชาย สะท้อนอารมณ์ที่ซับซ้อน ลังเล สับสนของตัวละคร ฉากที่อยู่กับครอบครัว ก็ไม่ได้ดูเสแสร้งจนอึดอัด แต่ดูเป็นชีวิตในแบบของพวกเขา

                สำหรับเรา Jack เป็นตัวละครที่แสดงออกทางสายตาชัดเจนมาก สายตาเวลาที่ Jack จำเป็นที่จะต้องบอกลา Ennis เหมือนบดขยี้หัวใจเราไปด้วย เวลาที่แววตาคลอเบ้า มันดูจริงขนาดที่เราความรู้สึกว่า เฮ้ย จริงได้ขนาดนี้เลยหรอ ในขณะที่ Ennis มีไม้ตายที่เสียงร้องไห้ เรารู้สึกได้ถึงความอ่อนล้า ความกลัว ความเจ็บปวด ที่ตัวละครที่ดูเข้มแข็งที่สุดในเรื่องแบกรับไว้ Jack น่าจะเป็นคนๆเดียวที่ Ennis ยอมให้เห็นน้ำตาและความอ่อนแอ

                สรุปคือดาราทั้งสองอุ้มหนังทั้งเรื่องไว้ได้ดีมาก ไม่แปลกว่าทำไมถึงได้เข้าชิงออสการ์ เพราะพวกเขาไม่ได้แสดง พวกเขา ‘เป็น’ ตัวละครนั้นเลย เราเชื่อว่าทุกประโยคที่ดาราหนังพูด ดาราหมายความเช่นนั้นจริงๆ 

 
พล็อต

                เราไม่มองว่าพล็อตเป็นจุดอ่อนของเรื่อง แต่มองว่าเป็นส่วนที่ไม่ได้ตราตรึงใจมากกว่า ถ้าพล็อตมีลูกเล่นมากกว่านี้ บีบคั้นมากกว่านี้ เราคงตายคาหนัง ;_; แต่ก็คงจะชอบมากๆเหมือนกันเพราะชอบพล็อตที่ไปสุดทาง แม้เรื่องนี้จะไม่ใช่แนวที่เราชอบแบบเป๊ะๆ แต่ระหว่างที่ดูก็หลุดเข้าไปในเรื่องเลย

                เรื่องนี้ดำเนินอย่างเนิบนาบ ไม่มีฉากที่ลุ้นระทึก โทนหนังนิ่งๆ เงียบๆ พาให้คนดูจมดิ่งมากกว่าที่จะรู้สึกสนุกหรือเอนจอย บางคนอาจคิดว่าเบื่อ ง่วง ชวนหลับ ยอมรับว่ามีบ้างบางฉาก๕๕๕ ความเอื่อยเกินไปก็อาจจะเป็นข้อเสียของเรื่องนี้นี่แหละ แต่ความที่หนังเน้นลุ่มลึก ไม่ยัดเยียดฉากหรืออารมณ์จนเกินพอดี เลยเป็นหนังที่ดูได้เรื่อยๆ

                สำหรับเรา พล็อตนับว่าเดาไม่ยาก แต่คนก็คงไม่อยากเดา อยากดื่มด่ำบรรยากาศของเรื่องไปเพลินๆมากกว่า เหมือนดูผู้ชายสองคนเติบโตไปพร้อมๆกัน ระยะเวลาเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ความเกี่ยวข้องทั้งสองดูลึกซึ้ง ไม่งั้นเราคงนึกว่ามันเป็นแค่ความใคร่ ความลุ่มหลงบางสิ่งมากกว่า จนตอนนี้ก็ยังคิดว่า ถ้าสุดท้ายทั้งสองได้อยู่ด้วยกันจริงๆ มันจะยังใช่ความรัก ความสุข ความหวานชื่นเหมือนเดิมรึเปล่า หรือที่ความรู้สึกว่ารักอย่างอย่างมาก ต้องการกันและกันตลอด เพราะว่าไม่ได้อยู่ด้วยกัน เป็นความเกี่ยวเนื่องที่หลบซ่อน ต่างคนต่างถึงได้โหยหากัน เจอะกันแต่ละทีก็เป็นสุขมาก

                Brokeback mountain ตีแผ่ใจความสำคัญหลักๆได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้โจ่งแจ้ง แต่ทิ้งให้คิดเช่น การต่อต้านรักร่วมเพศที่ร้ายแรงมากในสมัยนั้น (แสดงผ่านคำพูดของ Ennis ที่ว่าเกย์เฒ่าสองคนถูกฆ่า คนหนึ่งถูกตัดไอ้นั่นขาด) ค่านิยมและความคาดหวังของสังคมที่มีต่อคาวบอย (Ennis มองว่าคาวบอยที่ต้อนแกะไม่ควรนับเป็นคาวบอย) หน้าที่ครอบครัว (การแต่งงานไว-การทำงานเลี้ยงดูลูก-เห็นได้ว่าเมียของทั้งสองรู้ว่าจริงๆสามีเป็นเกย์) ชอบที่หนัง portray ชีวิตของ LGBT ได้ดิบมาก (ไม่ใช่ในแง่ดิบเถื่อนนะ ในแง่ไม่ปรุงแต่ง) ความรู้สึกที่เหมือนเพื่อให้น เซ็กส์ การหลบซ่อน ความหวาดกลัว (เหมือนที่ Ennis กลัวอยู่ตลอดว่าทุกคนรู้ ทุกคนสงสัยว่าเขาเป็นเกย์) กระทั่งการนอกใจ ซื้อบริการ เป็นต้น

               สองฉากโปรดที่เราไม่กล่าวถึงไม่ได้ เพราะเติมเต็มให้เรื่องบริบูรณ์ขึ้น คือ

 1)     ฉากที่ Ennis ถามบุตรสาวที่กำลังจะแต่งงานว่า “แล้วเคิร์ทรักลูกไหม”

เป็นฉากเรียกน้ำตาเราเลย Ennis ฝังใจจากการที่เขาไม่ได้รักเมีย แค่แต่งงานเพื่อให้สร้างครอบครัวเฉยๆ จนไม่อยากให้บุตรสาวเจอผู้ชายแบบตนเอง เหมือนในที่สุดเขาก็ realize แล้วจริงๆว่า การแต่งงานควรมาจากความรัก เป็นการอยู่ด้วยกันเพราะความรัก (หลังๆมีการปฏิเสธการเคร่งศาสนา การเข้าโบสถ์ด้วยนะ หนังโคตรเก็บรายละเอียด เชื่อได้เลยว่าศาสนาสมัยนั้นให้ผู้ชายคู่กับผู้หญิง) เหมือนฉากที่สรุปว่า 20 ปี ที่ผ่านมา Ennis ต้องอยู่กับความขี้ขลาด ความรู้สึกผิด และความรักที่มีต่อ Jack

2)     1 ในฉากจบที่ดีที่สุดที่เราเคยได้ดู T v T Ennis ติดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่มีความหมายต่อเขา และพูดประโยคที่แสนคลุมเครือว่า ‘Jack, I swear’
 
ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเห็นตรงกันว่าเสน่ห์ของ Brokeback mountain คือความคลุมเครือ (เหมือนความเกี่ยวข้องทั้งคู่) หนังไม่ได้ให้คำตอบชัดเจนว่าต้องตีความไปทางใด เช่นเรื่องการตายของ Jack จนตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ว่า Jack โดนยางระเบิดตายจริงๆ (กรณี Ennis จินตนาการ Worst case ขึ้นมา) หรือ Jack  โดนฆ่าเพราะเป็นเกย์ ซึ่งถ้าถามเรา แอบคิดว่าหัวข้อหลังเมคเซนส์กว่า เพราะตอนเมียพูดเรื่องการตายของสามี พูดแบบขอไปที ส่วนการที่คุณน้ำตาคลอเบ้า ทำให้เรามั่นใจว่าคุณรู้เรื่อง Jack กับ Ennis 

กลับมาที่ฉากจบ (อ้อมโลกไปไกล ฮา) คำว่า ฉันสาบาน ของ Ennis ทำให้เรานึกถึงคำสาบานวันแต่งงาน หนึ่ง เพราะ Ennis เคยต้องสาบานว่าจะรักอัลมา ตอนนั้นเขาไม่ได้ดูมีความรู้สึกร่วม ต่างจากคราวนี้ เขามองเสื้อเชิ้ต Jack แล้วพูดว่า ฉันสาบาน ด้วยความรักใคร่และปวดร้าว สอง เพราะบุตรสาวเพิ่งจะมาคุยว่าคุณจะแต่งงาน แล้วเขายอมยกเลิกงานเพื่อให้ไปร่วมงานของบุตรสาว ซึ่งนี่อาจจะแสดงการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างว่า Ennis คิดจะทำอะไรเพื่อให้คนที่รักบ้างแล้ว ดังนั้น การสาบานกับ Jack ต่อหน้าเสื้อของอีกข้าง และรูป Brokeback mountain จึงแสดงถึงการยอมรับความรักระหว่างทั้งสอง ต่างจากการหลบหนี หลบซ่อนมาตลอดของ Ennis

“Brokeback Mountain หุบเขาเร้นรัก”