แทกิล ยอดพยัคฆ์นักล่า ตอนที่ 1/2

วันรุ่งขึ้น แทกิล นำทาสมาส่งมอบให้หัวหน้าผู้ตรวจการเพื่อให้แลกกับค่าจ้าง ระหว่างทั้งคู่กำลังต่อรองราคาค่าจ้าง ทาสอ๊บบ๊อก เกิดอดรนทนฟังไม่ได้ จึงแสดงความไม่พอใจออกมา แต่สุดท้ายก็ต้องยอมจำนน

เมื่อได้ยินหัวหน้าผู้ตรวจการกล่าวถึง "ออนยอน" หญิงสาวที่เขาตามหามานาน ใบหน้าของแทกิลก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขึม  เขาขอให้หัวหน้าผู้ตรวจการช่วยสืบหาเบาะแสของออนยอนโดยแลกกับค่าจ้างจำนวนหนึ่ง แต่ออนยอนยังคงหายไปอย่างไร้ร่องรอย

อีกด้านหนึ่ง แทฮา ซึ่งเป็นทาสของทางการ ก็ก้มหน้าก้มตาทำงานเป็นทาสรับใช้ที่คอกม้าอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ถึงแม้จะถูกหัวหน้าทาสโขกสับและรังควานบ่อยครั้ง เขาก็ไม่เคยคิดที่จะตอบโต้ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว ก่อนหน้านี้เขาเคยเป็นทหารองค์รักษ์และเป็นนักรบผู้เก่งกล้า ที่เคยสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับชอลวุง ซึ่งกลายมาเป็นเจ้านายของเขาในปัจจุบัน

ด้านวังซอนและเชที่อยู่ข้างในห้องอาบน้ำ ต่างก็ไม่รู้ว่าถูกหญิงสาวแอบดู วังซอนยังคงบ่นเรื่องที่ต้องซักผ้า และอยากได้ทาสหญิงมาทำหน้าที่แทนเขาสักคน ถึงแม้จำเป็นจะต้องทำงานของผู้หญิง แต่เมื่อถึงเวลาเจ้ายก้ หรืออยู่ต่อหน้าหญิงสาว ลีลาของเขาก็แพรวพราวและกะล่อนสุดๆ

ส่วนเช ซึ่งเป็นคนสุขุมและพูดน้อยที่สุดในบรรดา 3 พยัคฆ์  กลับเปลี่ยนเป็นคนเนื้อหอมที่สุด เพราะมีสาวๆ มาหลงรักและคอยเอาใจถึง 2 คน ถึงแม้เขาไม่มีทีท่าว่าจะสนใจใคร แต่ก็ไม่ได้ทำให้หญิงสาวละความพยายาม ซึ่งมักสร้างความขบขันให้กับวันซอนและแทกิลเสมอ

แทกิลมีคู่ปรับเป็นนักล่าทาสรุ่นใหญ่ ชื่อ จีโฮ ซึ่งในอดีตทั้งคู่เคยร่วมงานกันมาก่อน (แต่ปัจจุบันแปลงเป็นคู่แข่งในธุรกิจล่าทาส) จีโฮความรู้สึกว่าตนมีบุญคุณและเป็นต่อแทกิล เพราะล่วงรู้เรื่องราวในอดีตอันเป็นจุดอ่อนของเขา  เมื่อคิดว่าผลงานการล่าทาสของแทกิลได้รับการยอมรับ จีโฮจึงชักชวนแทกิลให้กลับมาร่วมงานกันอีกที แต่แทกิลกลับหัวเราะและตอบว่า "เสือจะทำงานรับใช้สุนัขได้อย่างไร"

จีโฮสั่งลูกน้องรุมยำแทกิล แต่แทกิลซึ่งเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ก็สามารถจัดการลูกน้องของจีโฮได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

ด้านอ๊บบ๊อก  หลังถูกจับกลับไปเป็นทาสก็ถูกสักคำว่า "ทาส" บนในหน้าเพื่อให้เป็นการลงโทษ ส่วนทาสหญิงที่ถูกจับกลับมาด้วยกันถูกมัดเท้าแล้วจับห้อยหัวลงมา ขณะที่บุตรสาวของคุณถูกจับไปขัดสีฉวีวรรณก่อนส่งตัวไปบำเรอชายชราเจ้าของบ้าน

เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 4/1

มินยองอิกได้รับบาดเจ็บหนักและจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด หมออัลเลนจึงทำการผ่าตัดแบบสมัยใหม่ให้ ฮวางจองดูหมออัลเลนในระหว่างการทำงาน พร้อมกับช่วยหมอไปด้วย ซึ่งหมออัลเลนก็คอยบอกขั้นตอนกับฮวางจองตลอดเวลาเช่นกัน ด้านทูตญี่ปุ่นทราบข่าวเรื่องมินยองอิกยังไม่ตาย จึงให้วาตานาเบ้ออกมาตามหาเพื่อให้กำจัดทิ้ง เพราะยองอิกเป็นคนคัดค้านเรื่องการปฏิรูปคนสำคัญ วาตานาเบ้ทำทีมาที่บ้านใต้เท้าม๊กเพื่อให้ช่วยรักษายองอิก

ขณะที่วาตานาเบ้จะรังแกมินยองอิกโดยการให้ยาสลบเพิ่ม เพื่อให้ไม่ให้มินยองอิกฟื้นขึ้นมาอีกเลย ฮวางจองก็มาเห็นเข้า วาตานาเบ้พยายามแก้ตัว แต่ฮวางจองมั่นใจว่าวาตานาเบ้คิดร้ายต่องมินยองอิกแน่

“ข้าจะคอยดูอยู่หลังท่าน ถ้าท่านทำอะไรตุกติกแม้แต่นิดเดียว ข้าไม่ปล่อยท่านไว้แน่ เข้าใจมั้ย? เข้าไปได้” เมื่อไม่มีหลักฐานฮวางจองจึงจำเป็นต้องปล่อยไป

กลุ่มปฏิรูปยึดอำนาจ แล้วหลอกพระราชาว่าเป็นความสามารถของต้าชิง จากนั้นจึงเสนอให้ตั้งขุนนางชุดใหม่ โดยเสนอแต่ชื่อคนกลุ่มตนเข้าไป

“พระอาญาไม่พ้นเกล้า นี่เป็น รายชื่อที่กระหม่อมเตรียมมาอย่างกะทันหัน เสนาซ้าย ฮงยงชิก แม่ทัพกองปราบซ้ายขวา พัคยองโฮ ซอควังบอม รองเจ้ากรมกลาโหม ซอแจพิล รองเจ้ากรมอกร คิมอ๊กกุน”

“นี่คนของกลุ่มปฏิรูปทั้งนั้นเลยนี่..” พระมเหสีตรัสอย่างแปลกพระทัย อ๊กกุนรีบตรัส “ฝ่าบาท ขุนนางทุกคน รวมทั้งกระหม่อมพร้อมจะถวายชีวิตเพื่อให้ช่วยฝ่าบาทพัฒนาประเทศนี้ โปรดประทานอนุญาตเถอะพ่ะย่ะค่ะ”

แทยุนพ่อของโดยังต้องการจะขัดขวางจึงถูกรังแกบาดเจ็บสาหัส โดยังร้อนใจมาก ระหว่างนั้นเจอกับฮวางจองที่มาส่งซ็อกรัน โดยังรีบไปตามหมอ ฮวางจองและซ็อกรันก็คอยดูแลเบ็กแทยุนให้ ตูฮอนทราบข่าวเรื่องพี่ชายตนเองถูกรังแกจึงรีบตามมา “พี่ใหญ่…ๆ ผ่านาหาท่านแล้ว พี่ใหญ่ผ่านาแล้ว โอว ๆ พี่ใหญ่ ๆ ฮือ ๆๆ พี่ใหญ่ นี่ข้าคูฮอนนะ นี่มันเกิดเหตุอะไรขึ้นเนี่ย โอย นี่ท่าน ท่านเป็นหมอใช่มั้ย ทำไมยังไม่รีบช่วยพี่ใหญ่ของข้าล่ะ เอาแต่นั่งมองอยู่ทำไมเล่า?”

เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 18/6

ซ๊อกรันนำเรื่องที่ล่ามยูถูกทางการจับตัวไป มาปรึกษาฮวางจองและโดยัง

“มีคนไปแจ้งความรึ?”

“ค่ะ ในหนังสือที่แจ้งมาเขียนว่าท่านพ่อ ขายปืนให้พวกโจรมาก่อความวุ่นวาย”

“แต่เรื่องนี้มันเหลวไหลที่สุด” ฮวางจองบ่น

“เป็นเพราะ พวกเค้าค้นเจอกำมะถันที่บ้าน จึงแก้ต่างอะไรไม่ได้เลย” ซ๊อกรันหน้าเศร้า

“แต่กำมะถันพวกนั้น หมออัลเลนสั่งมาเพื่อให้จะทำยาโรคผิวหนังนี่”

“พวกเค้าไม่เชื่อที่ข้าพูด ถ้าจะสู้คดีนี้ ต้องให้หมออัลเลนมาเป็นพยาน แต่ตอนนี้เค้ากลับไปที่อเมริกาแล้ว”

โดยังครุ่นคิด ก่อนจะนึกถึงหมอเฮรอน “ท่าน ผอ.เฮรอน ท่านช่วยไปพูดกับพวกเค้าว่าท่านเป็นคนสั่งเองได้รึเปล่า?”

“แม้กระนั้นนั่นคือการโกหก อีกอย่างผมเอง ก็ไม่เคยได้ยินเรื่องกำมะถันอะไรนี่มาก่อน ถ้าหากถูกจับได้ว่าโกหก อาจจะทำให้มีปัญหาภายหลังได้” เฮรอนบอก

“ที่ท่าน ผอ.เฮอรอนพูดมาก็ถูก”

“ถ้าอย่างนั้นต้อง ทำวามรู้ความเข้าใจกับเรื่องนี้ก่อน” โดยังพยายามคิดหาทาง

โดยังนำเรื่องมาปรึกษาคูฮอนและผู้จัดการโอ ทั้งสองไม่สนใจเรื่องล่ามยู เพราะนึกถึงแต่ผลประโยชน์ของตน

“ข้าคิดไปคิดมาแล้วนะ ตอนนี้อย่าพึ่งสนใจเรื่องล่ามยูเลย เราควรจะมาคิดปัญหาเรื่องของเราก่อนดีมากกว่ามั้ย ในเมื่อเรื่องมันบานปลาย เราคงต้องคิดแผนสับเปลี่ยนบัญชีกันหน่อย อ๊า ๆ ๆ รู้น่า ข้ารู้หรอก ทำไมจะไม่รู้ล่ะ ต้องหาทางช่วยล่ามยูออกมาก่อนใช่มั้ย แต่ข้าเป็นผู้จัดการจะไม่นึกถึงเจจุงวอนก่อนได้ยังไงกันเล่า?”

“เรื่องนี้จะส่งผลกระทบกับเจจุงวอนอย่างมาก เราต้องสืบให้ได้ว่าใครเป็นคนส่งหนังสือ ไปแจ้งความว่าใต้เท้ายูเกี่ยวข้องกับตลาดมืด”

“มาสืบเรื่องนั้นตอนนี้จะมีประโยชน์อะไร ห๊ะ? ข้าได้ยินว่าพวกเค้าไปค้นเจอกำมะถันในบ้านหลักฐานมัดแน่นซะแบบนั้น” ผู้จัดการโอก็ไม่สนใจเช่นกัน

“ข้าถึงได้ความคิดว่ามีมันแปลกไง เรื่องซื้อกำมะถันคนในเจจุงวอนยังไม่รู้ แต่กลับมีคนรู้แล้วเอาไปแจ้งความ แล้วทางการยังไปค้นตอนที่พึ่งซื้อมาพอดี” โดยังสงสัยมาก

“ที่เจ้าพูดหมายความว่า มีคนคิดตัดแหล่งที่มาของยารักษาโรคในเจจุงวอน” ผู้จัดการโอสรุป

“คงจะเป็นอย่างนั้น ถ้าเราไม่รีบไขปัญหาเรื่องนี้”

“เรื่องแบบงี้ก็จะเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ไม่จบสิ้น จนถึงสุดท้ายเจจุงวอนก็ควรต้องปิดตัวลง”

“ถูกต้องแล้ว”

“เข้าใจแล้ว ผ่านีพี่น้องคนนึงทำงานในสำนักราชเลขา ข้าจะไปขอให้เค้าช่วยสืบเรื่องนี้ดู” ผู้จัดการโอบอก

“ในฐานะผู้จัดการ เรื่องอะไรที่เกี่ยวกับเจจุงวอน ข้าจะไม่นิ่งดูดายแน่ ขุนนางระดับสี่ขึ้นไปในตระกูลข้าก็มีเป็นสิบคน เรื่องแค่นี้ทำไมจะจัดการไม่ได้”

“ดี ถ้างั้นข้าจะรีบไปพบหัวหน้ามือปราบเดี๋ยวนี้” โดยังบอก

มือปราบไต่สวนล่ามยูเรื่องค้าอาวุธ แต่ล่ามยูก็ยังปฏิเสธไม่รู้เรื่อง

เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 27/10

“รู้จักสิ โรงพยาบาลสูตินรีเวชโดยเฉพาะ แถมพระมเหสีเป็นคนประทานชื่อนี้ให้เอง ที่เจ้าไปสอนภาษาอังกฤษก็อยู่แถวนั้นด้วยนี่นา”

“อืมใช่แล้ว ก็ไม่เห็นเจ้าติดต่อมาบ้างเลย ยังนึกว่าลืมกันซะแล้ว” ซึงฮอน กล่าว

“ฮิ ทำไมกล่าวถึงโรงพยาบาลนั้นล่ะ”

“อ๋อ คืองี้ พอดีข้าได้กล่าวถึงเจ้ากับคนที่โรงพยาบาลนั้นน่ะ”

“ข้าน่ะเหรอ?”

“อืม คิดว่าตรงนั้น.. เค้าต้องการแพทย์หญิงอยู่พอดี เจ้าไม่สนใจจะไปเหรอ?”

“แต่ตรงนั้นก็มีแพทย์หญิงประจำอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”

“ก็มีอยู่ แม้กระนั้นคนเดียวคงจะไม่พอหรอก ที่นี่นอกจากจะมีเจ้าแล้ว ก็ยังมีหมอฮอร์ตั้นอีกนี่”

“ไว้ข้าจะลองคิดดู” ซ๊อกรัน กล่าว

“ก็ดี ข้าจะได้ไปบอกเค้าว่าเจ้าจะขอเอาไปคิดดูก่อน ข้าอยากให้เจ้าไปทำงานที่โรงพยาบาลหญิงตรงนั้นจัง เราจะได้เจอะกันทุกวันไง เจ้าจะได้ไม่รู้สึกอึดอัดที่ต้องอยู่ใกล้กับหมอฮวางด้วย”

ฮวางจอง ถามซ๊อกรันเรื่องที่ ซึงฮอนมาที่นี่

“ที่จริงท่านน่าจะชวนนาง..มางานแต่งงานของมักเซงด้วย”

“ข้าบอกนางไปแล้ว แต่นางติดสอนเลยมาไม่ได้ วันนี้นางมาชวนข้าไปทำงานที่โรงพยาบาลโบกูด้วยนะ ข้าควรจะตัดสินใจยังไงดี” ซ๊อกรัน กล่าว

“นั่นสิ การตัดสินใจของท่าน น่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด”

“ใช่ ก็นั่นสินะ เอาคืนมา (ซ๊อกรันแอบถือแหวนหมั้นของฮวางจองไว้ในมือ และเผลอทำตก ฮวางจองเห็นเข้าเลยหยิบขึ้นมา)  ข้าควรจะทิ้งมัน ข้าจะทิ้งมันไปแล้ว คืนมาเถอะ” ซ๊อกรัน สะอื้น

 ขุนนางนำยาจีนมาถวายให้พระเจ้าโกจง

“ยาจีนนี่ ข้าไม่กินหรอก”

“นี่ตุ๋นกับน้ำแกงที่พระองค์ทรงโปรดนะพ่ะย่ะค่ะ” ขุนนาง ทูล

“เอาเถอะ มียาที่นำมาจากเจจุงวอนรึเปล่า?”

“นำมาเพคะ” ซ๊อกรัน ทูล

“ไม่ต้องแล้ว ข้าคิดว่าไม่ต้องกินก็ได้”

“ฝ่าบาท ควรเสวยน้ำมันละหุ่งสักหน่อยพ่ะย่ะค่ะ จะช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้น” ฮวางจอง ทูล

“ไม่ต้องหรอก ยาพวกนี้ไว้ข้าจะค่อย ๆ กินมันเอง จริงสิ เล่าเรื่องนอกวังให้ฟังหน่อยสิ ว่าเกิดเหตุอะไรขึ้นบ้าง?”

“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท ราษฎรยังเอ่ยถึงเรื่องการสิ้นพระชนม์ของพระมเหสี บางคนที่รู้ความจริงก็เริ่มทำการประท้วงเผยแพร่เพื่อให้ให้ชาวโชซอนทำการต่อต้านพวกญี่ปุ่น”

“แม้กระนั้นพวกขุนนางไม่เห็นเล่าเรื่องที่เกิดข้างนอกอย่างนี้ให้ข้าได้รับรู้บ้างเลย ถ้าอย่างนั้น พวกเจ้าช่วยเป็นหูเป็นตาให้ข้าด้วย”

“พ่ะย่ะค่ะ รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ”

“การตายของพระมเหสี การที่มีคนรู้สึกเจ็บปวดเหมือนกับข้า ก็ถือว่ายังดีอยู่ แต่..พอนึกถึงประชาชนที่บาดเจ็บ ข้าก็รู้สึกไม่สบายใจเลย”

ฮวางจอง และขุนนางรายงานให้เอวิสันรู้ว่าพระเจ้าโกจงไม่ยอมเสวยยา

“พระองค์คงกลัวว่าจะมีใครวางยาพิษในยากลุ่มนี้ใช่มั้ย?”

“คงจะเป็นอย่างนั้น กลางคืนก็แทบไม่ได้บรรทมทั้งคืน แถมกลางวันยังทรงงานอีก ในบางคืน ถ้าทรงนึกถึงพระมเหสี นึกถึงเรื่องนั้นทีก็จะกรรแสงหนัก”

“ตอนนี้ควรต้องรักษาพระวรกายก่อน ต้อง หาทางให้พระองค์ยอมเสวยยา”

“หรือว่าจะเอายาที่ต้องเสวยล็อกใส่หีบด้วย”

“พวกข้าจะคิดหาวิธีอีกที พวกท่านไปสำนักงานอนามัยกันก่อนเถอะ บ้านเมืองจะระส่ำ ระสายยังไง สำนักงานอนามัยก็ยังจำเป็นที่จะต้องเดินหน้าต่อไป” ขุนนาง กล่าว

“นั่นสินะ ตอนนี้คนจากทุกโรงพยาบาลก็มารวมแล้ว แต่ผมคงยังกลับตอนนี้ไม่ได้ แพทย์ฮวางช่วยไปแทนผมทีนะ” เอวิสัน กล่าว

ฮวางจอง และเจ้าหน้าที่ของเจจุงวอน มาประชุมกัน แองเจล่า ได้ถามฮวางจอง ว่าพระราชายังทรงเหมือนเดิมเหรอ

เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 34/1

ทหารญี่ปุ่นมาจับตัวล่ามยู สร้างความตกอกตกใจให้กับซ๊อกรันและฮวางจองเป็นอย่างมาก

“พ่อคะ นี่มันเรื่องอะไรคะ?”

“พ่อไม่รู้ พ่อ ก็ไม่แน่ใจว่าเรื่องอะไร?” ล่ามยูกล่าวอย่างเป็นกังวลใจ

“นี่มันเรื่องอะไรกันแน่” ซ๊อกรันหันไปถามทหาร

“ข้อหาบงการการลอบฆ่าผู้ลงนามสนธิสัญญา ระหว่างโชซอนกับญี่ปุ่น”

“ลอบฆ่า?” ซ๊อกรันใจหายกับข้อหาหนัก

“ถูกต้อง ลอบฆ่า”

“เจ้ามีหลักฐานอะไร?” ฮวางจองถามขึ้น

“หลักฐานเหรอ ต้องไปถามรัฐบาลรักษาการเพราะว่าข้าเป็นทหารแค่…ทำตามคำสั่งแค่นั้นไปได้” ทหารนำตัวล่ามยูไป ซ๊อกรันถึงกับน้ำตาคลอ “ท่านพ่อ”

“พวกเจ้าจะถูกสวรรค์ลงโทษ” ฮวางจองเจ็บใจ

“ไหนลองร้องแหกปากอีกทีสิ” ทหารเยาะเย้ย

“มายึดครองประเทศคนอื่นก็เกินพอแล้ว ยังมารังแกประชาชนจะไม่ถูกลงโทษได้ยังไง พวกเจ้าเป็นใครกัน ถึงได้เหิมเกริมมารังแกประชาชนในประเทศคนอื่นเค้าอย่างงี้” ฮวางจองหมดความอดทน ระเบิดออกมา

“แพทย์ฮวาง” ซ๊อกรันตกอกตกใจกับอารมณ์ที่พุ่งพล่านของฮวางจอง

“ย๊ากกก” ทหารเข้ารังควานฮวางจองที่เผ่านาขวาง “ฮะ ๆ ๆ อ๊า เจ้าเป็น…หมอส่วนตัวของพระราชาสินะ พวกเจ้าระวังตัวไว้ให้ดี อย่ามาแส่กับธุระของพวกข้าอีก ไม่มีประโยชน์หรอก ไปได้”ทหารนำจับกุมล่ามยูไป ซ๊อกรันได้แต่ร้องไห้ ไม่รู้จะช่วยพ่ออย่างไร “ท่านพ่อคะ”

“ใต้เท้ายู ข้าต้องช่วยท่านออกมาให้ได้ ข้าต้องช่วยให้ได้”

“เจ้ากลับไปอยู่เป็นเพื่อให้นแม่ รีบกลับไปเร็วเข้า แพทย์ฮวาง ช่วยไปบอกข่าว เพื่อให้น ๆ ของข้าด้วยนะ” ล่ามยูตะโกนบอกบุตรสาว

“ท่านพ่อคะ ๆ ๆ ๆ ฮือ…”

ซ๊อกรันนำเรื่องที่ล่ามยูถูกญี่ปุ่นจับตัวไปข้อหาบงการการลอบฆ่าผู้ลงนามในสัญญาระหว่างโชซอนและญี่ปุ่นมาบอกแม่ แม่ซ๊อกรันถึงกับเป็นลม

“ท่านแม่ คราวนี้มันเป็นคราวเคราะห์อะไรกันละเนี่ย พวกมันว่าพ่อของเจ้าทำผิดอะไร โอ๊ย ไอ้เจ้าพวกบ้า ทำไมพวกมันถึงต้องมาจับพ่อของเจ้าไปด้วยห๊ะ? โธ่เอ๊ย ท่านพี่คะ โอ๊ย พูดอะไรบ้างสิ แพทย์ฮวาง เจ้าก็พูดอะไรบ้างสิ?”

“ท่านป้าครับ ตอนนี้ท่านใจเย็นก่อน ข้าจะหาวิธีไปสืบมาให้ได้” ฮวางจองรีบปลอบใจ

“ไปสืบเหรอ เค้าถูกจับไปแล้วยังจะสืบอะไรอีก โอ๊ย จะทำยังไง พวกเค้าต้องไม่ปล่อยท่านพี่ไว้แน่ โอ๊ย…” แม่ซ๊อกรันร้องห่มร้องไห้

“ไม่ว่าจึงควรใช้วิธีอะไร ข้าต้องหาทางช่วยใต้เท้าให้ได้” ฮวางจองให้สัญญา

“ใช่ค่ะท่านแม่ เราต้องทำให้ได้”

“โธ่เอ๊ย ท่านพี่คะ โธ่” แม่ซ๊อกรันยังคร่ำครวญ

“แพทย์ยู ข้าคงต้องรีบไปบอกข่าวนี้กับ เพื่อให้นใต้เท้ายูก่อน”

“เพื่อให้นของท่านพ่อ เป็นใครเหรอ?” ซ๊อกรันเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจ

“ขอโทษด้วยครับ ไว้ข้าจะบอกท่านทีหลัง ก่อนอื่นแพทย์ยูต้องช่วยดูแลท่านป้าให้ดี ข้าต้องไปก่อนนะ” ฮวางจองบอกก่อนจะรีบไป

“แพทย์ฮวาง ท่านจะไปหาใครเหรอคะ แล้วเพื่อให้นของท่านพ่อ…เป็นใครเหรอ?” ซ๊อกรันตามมาถามเพราะคาใจกับคำพูดที่เป็นปริศนาของ ฮวางจอง

“คือว่า…” ฮวางจองอ้ำอึ้ง

อารัง ภูตสาวรักนิรันดร์ ตอนที่ 4/12

อีบังส่งจดหมายมาแจ้งใต้เท้าเชว่า นายอำเภอจะกลับบ้านหลังเสร็จจากงานศพลี โซริน  ใต้เท้าเชดีใจมากที่หมดเสี้ยนหนามเสียที เมื่อหันไปเห็นจูวอลเดินเผ่านา ใต้เท้าเชก็แกล้งทำเป็นถามลูกน้องว่า "เมื่อไหร่จะถึงคืนเดือนเพ็ญ (ในที่นี้ซึ่งก็คือเดือน 8 ครั้งที่สองของปีอธิกมาส) วันพรุ่งนี้แล้วมิใช่รึ" จูวอลซึ่งกำลังร้อนใจในเรื่องนี้ได้แต่ยืนจ้องหน้าใต้เท้าเชอย่างโกรธแค้น  ใต้เท้าเชเรียกจูวอลมาหารือว่าจะทำอย่างไรดี เพราะโอกาสที่จะมีเดือน 8  สองหนไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ (3 ปีมีครั้ง)  เขานึกสงสัยว่า หากพรุ่งนี้จูลวอลหา 'ผู้หญิงคนนั้น' ไม่เจอ 'คนๆ นั้น' จะลงโทษจูวอลอย่างไร จะกำจัดจูวอลเพราะทำงานพลาดแค่ครั้งเดียวหรือเปล่า 

จูวอลตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น (ไม่ต้องยุ่งเรื่องของตน) ใต้เท้าเชแนะนำให้จูวอลไปร่วมงานศพคู่หมั้นเพราะตรงนั้นคนเยอะ ไม่แน่เขาอาจจะพบหญิงสาวที่กำลังตามหาก็ได้ จูวอลสวนกลับว่าใต้เท้าเชต่างหากที่ควรจะไป เพราะลี โซรินได้ชื่อว่าเป็นลูกสะใภ้ของเขา หากเขาเลี้ยงเหล้าคนที่ไปร่วมงานศพคงจะซื้อใจคนได้มากกว่าการแจกอาหารเน่าๆ ให้ราษฎร  พูดจบจูวอลก็ยิ้มเยาะแล้วเดินจากไป ทำให้ใต้เท้าเชไม่พอใจมาก

อารังตัดสินใจไปร่วมพิธีฝังศพของตนเองโดยปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ และตั้งอกตั้งใจว่าจะเริ่มสืบหาความจริงจากตรงนั้น ส่วนทางด้านอึนโอก็กำลังยืนมองการฝังศพพลางครุ่นคิดเรื่องอารัง โดยมีโดลแซคอยจับจ้องและสังเกตพฤติกรรมอยู่ตลอดเวลา ส่วนสามเกลอก็พากันสุมหัวติชมเรื่องที่นายอำเภออึนโอบอกว่าจะไปจากที่นี่ หนึ่งในสามเกลอคิดว่านายอำเภอเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ และมักเปลี่ยนใจบ่อยๆ เลยถามว่ามีแผนรองรับในเรื่องนี้แล้วหรือยัง อีบังตำหนิคู่หูและกล่าวอย่างมาดมั่นว่าคราวนี้นายอำเภอต้องไปจากเมืองมีรยางแน่

อารังมุ่งหน้าไปยังสถานที่ฝังศพอย่างร้อนใจ โดยไม่รู้ว่าจุดที่จะฝังศพอยู่รอบๆไหนกันแน่ คุณมัวแต่มองหาผู้คนหวังสอบถามเส้นทาง เลยเดินชนจูวอลอย่างจัง จูวอลดึงแขนอารังเอาไว้ได้ทันก่อนที่คุณจะหงายหลังลงไปกองกับพื้น ทันใดนั้นเขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อแหวนที่สวมอยู่เปล่งแสงออกมา  อารังรีบชักมือออกก่อนกล่าวขอบคุณ แล้วรีบวิ่งไปยังสถานที่ฝังศพ โดยมีจูวอลวิ่งตามไปติดๆ

Faith: สุภาพบุรุษยอดองครักษ์ ตอนที่ 5/13

ชเวยองจะเดินออกจากห้อง แต่หมอหลวงชางบินคว้าตัวเขาไว้แล้วเตือนว่า  ตอนนี้คีชอลกำลังสร้างสภาพการณ์เพื่อให้หาข้ออ้างในการประหารอึนซูกลางแจ้ง โดยกล่าวหาว่าคุณเป็นปีศาจร้ายที่หลอกลวงพระราชา ส่วนชเวยองเองก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหน้า จากนั้นก็ถามชเวยองด้วยความเป็นห่วงว่าเขามีแผนรองรับแล้วหรือยัง ชเวยองพยักหน้าบางส่วน (เหมือนไม่ค่อยมั่นใจนัก) หมอหลวงชางบินจึงถามว่าแผนการของเขาคืออะไร ชเวยองตอบหน้าตาเฉยว่า "โจมตีซึ่งหน้า"  

ชเวยองเดินทางไปที่บ้านคีชอลตามลำพัง แต่ดูเหมือนเขาจะรู้ว่าแทมานแอบตามมาด้วยความเป็นห่วง (เพราะแอบยิ้ม) เมื่อไปถึงเขาก็แจ้งว่า "ข้า… ยอง จากตระกูลชเวแห่งชองวอน มาที่นี่เพื่อให้ขอพบใต้เท้าต็อกซอง"

เมื่อรู้ว่าชเวยองมาขอเข้าพบ คีชอลก็ตำหนิยางซาที่เคยกล่าวว่า ชีวิตของชเวยองเหมือนกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย ยางซาออกตัวว่า ตนได้ยินมาเช่นนั้น และออกความคิดว่าบางทีหมอใหญ่อาจช่วยชีวิตชเวยองเอาไว้ คีชอลได้ยินดังนั้นจึงรู้สึกไม่พอใจที่ยางซาพูดกลับไปกลับมา เพราะก่อนหน้านี้ยางซาเองที่เป็นคนค้านหัวชนฝาว่าเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับหมอใหญ่ล้วนเหลวไหลไร้สาระ ทำให้ยางซาถึงกับหน้าถอดสี คีชอลลุกขึ้นยืนจ้องหน้ายางซาสักครู่ แล้วเอื้อมมือไปตบไหล่โดยไม่ลงโทษหรือดุด่าสักคำ แต่เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าข่าวลือทั้งหมดอาจเป็นเรื่องจริง (ยางซาพยายามแย้งว่าเป็นเรื่องเหลวไหลแต่คีชอลไม่สนใจ)

คีชอลเดินมานั่งเก้าอี้ที่อยู่ตรงหน้าชอน อึมจา (ซึ่งกำลังนั่งลูบหัวแมว) แล้วถามว่าชเวยองมาคนเดียวหรือ เมื่อรู้ว่าชเวยองมาคนเดียว เขาก็นึกสงสัยว่าจะมีผู้หญิงคนไหนในโครยอที่กล้ายืนจ้องหน้าและถามตนว่าอายุเท่าไหร่ ทั้งยังรู้ด้วยว่าตนตายยังไง และจะมีผู้ชายคนอื่นอีกไหมโครยอที่กล้าสั่งให้ตนคุกเข่าและก้มศีรษะต่อหน้า คีชอลกล่าวอย่างมีแผนว่า "ตอนนี้ทั้งสองคนอยู่ในบ้านข้า" ยางซาถามว่าจะให้ตนนำตัวชเวยองมาที่นี่หรือจะให้นำตัวไปขัง คีชอลตอบว่า ถ้าทำอย่างนั้นก็ไม่สนุก พูดจบเขาก็หันไปมองหน้าอึมจาแล้วเลิกคิ้ว อึนจาเห็นและเข้าใจทันทีว่าตนต้องทำอะไร

Faith: สุภาพบุรุษยอดองครักษ์ ตอนที่ 9/7

คีชอลถามกลับว่าคุณอยากออกไปไหน อึนซูจึงโวยวายว่าเขาควรตอบคำถามคุณแทนที่จะถามกลับ จากนั้นก็ถามคีชอล "คิดว่าทำอย่างนี้แล้วเจ๋งงั้นเหรอ"  เมื่อเห็นคีชอลไม่เข้าใจคำว่า "เจ๋ง" อึนซูเลยบ่นว่าคุณหลุดปากพูดถ้อยคำจากสวรรค์ออกไป คุณถามคีชอลตรงๆ ว่า "ชั้นออกไปข้างนอกได้มั๊ย" คีชอลหัวเราะแล้วตอบว่า "ไม่ได้" อึนซูเลยพูดเหน็บว่า "นึกแล้วเชียว แล้วยังอยากได้หัวใจชั้นนี่นะ" พูดจบอึนซูก็เดินหนีอย่างผิดหวังพลางบ่นว่า คีชอลจับคุณมาขังไว้แบบงี้ แล้วคุณจะมอบหัวใจให้ได้อย่างไร คีชอลได้ยินดังนั้นจึงยื่นข้อเสนอให้อึนซู

คีชอลกางแผนที่ให้อึนซูดูแล้วกล่าวว่า ก่อนหน้านี้คุณเคยบอกว่าอาณาจักรหยวนจะล่มสลาย เขาจึงอยากรู้ว่าเมื่อไหร่และอย่างไร เพราะถ้าหากมีชนชาติอื่นมาแทนที่หยวน แสดงว่าชนชาตินั้นจำเป็นจะต้องมีขนาดใหญ่มาก เขาจึงอยากให้คุณชี้ให้ดูว่าชนชาติดังที่กล่าวมาแล้วอยู่ ณ จุดใดในแผนที่ อึนซูถามคีชอลว่าหากคุณรู้เรื่องนี้ เขาคิดจะทำอะไร คีชอลตอบว่า "ข้าคิดที่จะเปลี่ยนแปลงโลก ด้วยความช่วยเหลือของผู้หยั่งรู้อนาคต ข้าจะสร้างโลกใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม" อึนซูบอกตามตรงว่าคุณเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องนี้ เพราะคุณไม่ได้เรียนด้านประวัติศาสตร์มาโดยตรง คีชอลอ้างคำพูดของอึนซูที่เคยเล่าเรื่องการเมืองให้ฟัง  "ประชาชนเลือกคนที่พวกเขาต้องการให้เป็นพระราชา และต้องการนโยบายที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน… ข้าสามารถทำเรื่องนี้ให้เป็นจริงได้" 

อึนซูแย้งว่าประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยง่าย  หากเขาเปลี่ยนแปลง ประวัติศาสตร์ในตอนนี้ อนาคตก็จะถูกบิดเบือน คีชอลจึงถามว่าอนาคตของโครยอเป็นอย่างไร อึนซูตอบว่า อีกหน่อยที่นี่จะไม่ใช่โครยอแต่จะถูกเปลี่ยนไปใช้ชื่ออื่น คีชอลถามต่อว่า แล้วจะมีขนาดใหญ่มากแค่ไหน อึนซูตอบว่าจะมีขนาดเล็กกว่าในตอนนี้เพราะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน (เป็นเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้) คีชอลขอให้อึนซูช่วยชี้แนะว่าชาติใดจะล่มสลายหรือเจริญรุ่งเรืองรุ่งเรือง ใครบ้างที่เขาควรเอาชนะใจ และใครคือคนที่ควรกำจัด เพื่อให้ที่เขาจะทำให้โครยอเป็นแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่และเรืองอำนาจ เขาจะทำให้ประชาชนกล่าวถึงแผ่นดินของตนด้วยความภาคภูมิใจ หากคุณช่วยชี้แนะเขาจะให้คุณนั่งอยู่ในตำแหน่งสูงสุดใกล้เคียงเขา 

ในเวลาเดียวกันนั้น ชเวยองก็ไปที่บ้านของคีชอลโดยบอกกับชอน อึมจาว่า ตนมาตามหาของบางสิ่งบางอย่าง  เมื่อถูกถามว่ามาตามหาอะไร ชเวยองก็ย้อนถามอึมจาว่า บอกไปแล้วเขาจะคืนของให้ตนได้ไหม  ฮวา ซูอินได้ยินดังนั้นเลยเดินเข้าไปหาชเวยองด้วยลีลายั่วยวนพลางกล่าวว่า ก็แค่อยากรู้ว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง จากนั้นก็เริ่มลวนลามชเวยองด้วยการลูบไล้ไปที่หน้าอกและไหล่ของเขา ชเวยองไม่อยากให้ซูอินมายุ่งกับตนจึงเดินหนีไปหาอึมจา แล้วบอกให้อึมจาไปรายงานคีชอลว่าตนมาทวงของๆ ตนคืน

เรื่องย่อสางนางพราย 9

เมธาวลัยกลับมาคิดเรื่องที่ผินบอกว่าคุณคือผี เรื่องหญิงสาวชุดโบราณที่คุณฝันเห็น อาถรรพ์ซากเรือใต้สมุทรเพื่อให้ปะติดปะต่อกันก็ยิ่งเชื่อว่ามันต้องเกี่ยวกัน เลยจะไปคุยกับประสุตที่โรงพยาบาลแต่กลับพบว่าเขาถูกมรุตสั่งย้ายด่วนกลับสัตหีบไปแล้ว ยงรู้เรื่องประสุตไม่อยู่ก็ได้โอกาส คิดจะลอบไปงมของขึ้นมาขายอีก แต่ก็พบว่าไม่ง่าย เพราะตั้งแต่ประสุตโดนยิง ตำรวจก็ส่งคนไปประจำแทบทุกจุดในหมู่บ้าน ขยับตัวทำอะไรก็ยาก สุทินก็เร่งจะเอาของ จนยงคิดหนักว่าจะหาของจากไหนมา บังเอิญยงไปได้ยินจากกิ๊บเก๋ ว่ามีคลังเก็บวัตถุโบราณชั่วคราวของกรมศิลป์ เลยคิดแผนว่าถ้างมจากสมุทรเองไม่ได้ ก็เอาที่มันงมขึ้นมาแล้วแทน

          ตกดึกคืนหนึ่ง ยงจึงส่งทวน ลูกน้องอีกคนออกไปงัดคลังเก็บของ ทวนแอบเอาหัวเรือโบราณที่ดูมีค่าที่สุดออกมาได้ แต่ขณะที่ขนย้ายก็พบว่ายิ่งขนยิ่งหนัก ทวนขนไปถึงริมสมุทร เริ่มไม่ไหวเลยสั่งลูกน้องที่ไปด้วยให้เปิดกล่องออกดูและแทบสิ้นสติ เพราะในลังไม่มีหัวเรือแต่มีศีรษะของคนนอนเบิกตาโพลงอยู่ในนั้น ทวนจะโยนกล่องทิ้ง แต่ทุกอย่างก็จบสิ้นลงที่ตรงนั้น เพราะเช้าวันต่อมา ทวนนั่นเองคือศพถัดไปที่นอนตายอยู่ริมหาด เมธาวลัยความคิดว่ามีเหตุการณ์มันร้ายแรงขึ้นเรื่อย ๆ เลยกลับไปขอร้องมรุตให้ส่งประสุตกลับมา แต่มรุตไม่ยอม แถมยังสั่งให้ฉวีไปเฝ้าเมธาวลัยที่ระยองเพิ่ม ฉวีตามติดเมธาวลัยแจเพราะกลัวคุณทำอะไรแปลก ๆ อีก เมธาวลัยแกล้งทำเป็นสงบแต่ให้ปกรณ์แอบออกไปสืบแทน แต่ก็ถูกฉวีจับได้ ฉวีโวยวายว่าเมธาวลัยไม่ควรติดใจกับไอ้เรื่องหัวเรือบ้าบอพรรค์นั้น มันก็แค่เศษไม้จมน้ำที่ไม่มีค่าอะไร เมธาวลัยเตือนให้ฉวีอย่าพูดแบบนั้นแต่ฉวีก็ไม่ฟัง ปรากฏว่าคืนนั้นฉวีเจอผู้หญิงท่าทางเหมือนเมธาวลัยมาเรียกให้ออกไปที่สมุทร แต่ผู้หญิงคนนั้นมีผมยาวสยาย หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวพุ่งมาจะรังควาน ฉวีตื่นขึ้นมาที่ริมสมุทรพร้อมกับอาการไข้จับสั่นกลัวมากขอกลับบ้านที่สัตหีบ เมธาวลัยเลยกลับไปขอร้องมรุตอีกรอบ เพราะไม่มีใครช่วยคุณได้ดีเท่าเขา มรุตก็ยังไม่ยอมอีก เมธาวลัยจึงยื่นขอเสนอว่าขอโอกาสให้คุณกับประสุตอีกที ถ้าคราวนี้คุณกับประสุตเอาหัวเรือที่ไม่มีใครเคยกู้ขึ้นมาได้สำเร็จ พ่อจึงควรยอมให้ประสุตกลับไปกับคุณ มรุตตกลงเพราะคิดว่าเมธาวลัยไม่มีทางทำได้ คุณดำน้ำยังไม่แข็ง ประสุตก็เพิ่งจะฟื้นจากบาดเจ็บหนัก ขณะเดียวกัน ประสุตก็คิดเหมือนมรุตว่า การเอาหัวเรือขึ้นมามันยาก เขาเองก็พลาดมาแล้ว แต่เมธาวลัยให้กำลังใจประสุตว่าถ้าช่วยกันประสุตต้องทำได้ ประสุตถึงรู้สึกดีขึ้น

เรื่องย่อ “กรงกรรม” 5

พิไลได้หมอมือดีชื่ออาจารย์สมดีจากทับกฤช จึงไปรับมาเปิดโปงเรื่องที่เรณูทำคุณไสยให้คนทั้งตลาดฟัง เรณูรู้สึกอับอายมาก จึงย้ายไปอยู่พยุหะคีรีพร้อมกับวรรณา และขอให้หมอก้อนเอาคุณไสยออกจากปฐม ข้างติ๋มแค้นที่ตนถูกนายเชิดรังแกร่างกาย ไปขอให้หมอบางช่วย แต่หมอบางปฏิเสธเรื่องการทำไสยดำจนถึงแก่ความตาย ติ๋มจึงวานต๋อมพี่ชายไปหาหมอเบี้ยว เมื่อทำคุณไสยเสร็จ พิไลก็ทุรนทุราย เพ้อว่าจะมีคนมาฆ่าตลอดเวลา จนมีข่าวลือว่าพิไลอาการเหมือนผีเข้าและเรณูเป็นคนทำเพื่อให้ชำระแค้น

ติ๋มกลัวว่าเรื่องราวจะบานปลายไปถึงเรณู จึงออกไปประกาศหน้าบ้านย้อยว่าเป็นความสามารถตน ถ้าพิไลอยากหายดีก็ต้องให้พิไลมาคุยกันหน้าบ้าน ไม่เช่นนั้นประสงค์จะโดนไปด้วย ย้อยกลัวว่าประสงค์จะเดือดร้อนจึงเรียกพิไลออกมา และต้องป่าวประกาศเรื่องร้าย ๆ ที่ตนทำไว้ให้คนทั้งชุมแสงฟัง อาจารย์สมดีขอให้พิไลคลายความเคียดแค้นและความละโมบในใจออกมา พร้อมกับนึกถึงพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์อยู่พักใหญ่จึงจะหายดี เมื่อพิไลได้สติก็ขอกลับไปอยู่ที่ทับกฤชเพราะอายราษฎร โดยอ้างว่าจะขอกลับไปบวชชี

เมื่อเรณูย้ายมาก็เปิดร้านขายข้าวเกรียบปากหม้อเพื่อให้หารายได้ ข้างปฐมปลดทหารก็กลับไปบ้าน พร้อมกับอรพรรณี ปฐมตั้งมั่นจะมาตกลงกับเรณูเรื่องลูกและเมียใหม่ของเขา แต่เรณูย้ายไปแล้วจึงไม่ได้พบกัน ปฐมกราบลาย้อย ขอไปใช้ชีวิตอยู่กับอรพรรณี ปฐมออกจากบ้านแบ้ไปแล้วจริง ๆ กมลพาจันตากลับมาเยี่ยมย้อยในเวลาต่อมา กมลกับจันตาค้าขายจนตั้งตัวได้ และเป็นสุขมาก ย้อยจึงยกตึกแถวของตนที่ปากน้ำโพให้ทั้งสอง และตั้งมั่นว่าตนจะย้ายไปอยู่ด้วยเพราะใกล้โรงพยาบาลมากกว่าที่ชุมแสง ส่วนประสงค์นั้นให้ดูแลกิจการทั้งหมดที่มีในชุมแสงต่อไป

3 ปีต่อมา ย้อยก็เหมือนมีลูกเล็กอีกคน เพราะมาลาคลอดลูกแล้วมาทิ้งไว้ให้เลี้ยง ส่วนมาลากลับไปแต่งงานที่เขากะลา ประสงค์แต่งงานกับบุญปลูก กมลแต่งงานกับจันตา วรรณาได้แต่งงานกับปลัดจินกร เรณูรับป๊อกมาอยู่ด้วยกันที่ร้านที่พยุหะคีรี โดยมีกิจการขายขนมไทย ข้าวเกรียบปากหม้อ และสาคูไส้หมูที่เป็นได้ด้วยดี ฝั่งปฐม แม้จะได้เรียนสูงและไปทำงานในบริษัทของอรพรรณี มีลูกด้วยกัน1คน แต่เขาไม่เป็นสุขเลย อรพรรณีเที่ยวเล่นทุกวัน เขาลาไปเยี่ยมแม่ที่บ้านและบังเอิญได้พบกับเรณูที่มาเยี่ยมย้อยเช่นกัน ทั้งคู่ได้เจอะกันและปรับวามรู้ความเข้าใจกัน

บั้นปลายชีวิต เบาหวานของย้อยกำเริบหนักจนต้องตัดขาทิ้ง ระหว่างพักฟื้น ปฐมตั้งมั่นขับรถกลับมาเยี่ยมแม่ แต่เกิดอุบัติเหตุรถชนจนบาดเจ็บสาหัส ย้อยได้ยินข่าวก็ช็อกจนขาดใจตายในวัย 51 ปี อรพรรณีได้ยินข่าวอุบัติเหตุมองว่ารักษาไปก็ไม่หายเป็นปกติแน่ จึงปฏิเสธเรื่องการช่วยเหลือทางการเงินใดๆ

ประสงค์และกมลจึงตัดสินใจจำนองที่ดินที่ย้อยแบ่งให้ปฐมจนหมดเพื่อให้เป็นค่ารักษา ปฐมรักษาตัวอยู่ 3 ปีก็กลับมาเป็นปกติโดยมีเรณูคอยดูแล ทั้งสองคนช่วยกันขยายกิจการร้านขนมของเรณูจนเปิดโรงงานขนมได้ และอยู่กันอย่างเป็นสุข